
หลังน้ำลด สิ่งแรกที่หลายบ้านอยากทำคือทาสีทับคราบน้ำให้หายไปเร็ว ๆ แต่ผนังที่ยังชื้นข้างในหรือมีเชื้อราแฝงอยู่ ถ้าทาสีทับทันที ไม่กี่สัปดาห์สีจะพอง ล่อน และคราบรากลับมาอีก — เสียทั้งค่าสีและค่าแรงซ้ำสองรอบ ทีมช่างสีของเราจึงยึด 4 ขั้นตอนนี้ก่อนลงสีทุกครั้ง
1. เช็กไฟก่อนเข้าทำความสะอาด
ถ้าปลั๊ก สวิตช์ หรือระบบไฟถูกน้ำท่วมถึง ให้ตัดไฟและให้ช่างไฟตรวจก่อนเปิดใช้งาน อย่าเสียบปลั๊กหรือเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เคยจมน้ำโดยไม่ตรวจ
2. ล้างโคลนและคราบสกปรก
ใส่ถุงมือ เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ขัดพื้นผิวแข็งด้วยน้ำผสมน้ำยาทำความสะอาด แล้วล้างออกให้หมด ห้ามผสมน้ำยาต่างชนิดเข้าด้วยกัน เพราะอาจเกิดก๊าซอันตราย
3. ผึ่งผนังให้แห้ง ตรวจคราบราและสีล่อน
ผนังปูนอุ้มน้ำได้มาก การแห้งจากผิวไม่ได้แปลว่าแห้งข้างใน ให้เปิดระบายอากาศหรือใช้พัดลมช่วยหลายวัน ขูดสีที่หลุดร่อนออก ซ่อมผิวที่เสียหาย และแก้ต้นเหตุความชื้น เช่น น้ำขังใต้พื้นหรือรอยรั่ว อย่าทาสีทับเชื้อราหรือผนังที่ยังชื้นเด็ดขาด
4. ค่อยเลือกสีให้ตรงงาน
เมื่อผนังแห้งและเตรียมผิวแล้ว ให้ลงสีรองพื้นตามสภาพผนังก่อน (ผนังปูนเก่า ผนังมีคราบเกลือ หรือผนังที่เคยมีรา ใช้รองพื้นคนละชนิด) แล้วจึงทาสีน้ำอะคริลิกสำหรับภายในหรือภายนอกตามตำแหน่งใช้งาน ส่วนผนังที่ยังชื้นหรือปูนยุ่ยต้องสกัดซ่อมก่อน จึงค่อยเลือกผลิตภัณฑ์สี
สรุปสั้น ๆ
- เช็กไฟ → ล้างโคลน → ผึ่งผนังให้แห้งจริง → ซ่อมผิว → รองพื้น → สีทับหน้า
- ผนังยังชื้นหรือมีรา ต้องแก้ก่อนลงสีรองพื้นและสีทับหน้า
- บ้านกลับมาสวยได้ เมื่อเริ่มจากผนังที่สะอาดและแห้งจริง
ทีมช่างสีและช่างซ่อมของอภิวัฒน์ บิวดิ้ง รับประเมินหน้างานบ้านหลังน้ำท่วมฟรี ทั้งงานสกัดซ่อมผนัง กันชื้น และทาสีใหม่ทั้งหลัง