
น้ำลดแล้ว หลายบ้านอาจเห็นคราบโคลน สีพอง ผนังลอก หรือเชื้อรา สิ่งแรกที่ควรทำคือตรวจสภาพผนัง เพราะทาสีใหม่ทับผนังที่ยังชื้น สีอาจลอกและปัญหาเดิมอาจกลับมา
1. ทำความสะอาดและรอให้ผนังแห้ง
ล้างคราบโคลนและสิ่งสกปรก ขูดสีที่หลุดร่อนออก หากพบเชื้อรา ให้ทำความสะอาดและแก้สาเหตุความชื้นก่อน ผนังที่ปูนยุ่ยหรือเสียหายควรซ่อมให้เรียบร้อย แล้วตรวจว่าผนังแห้งตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์สีที่จะใช้ ไม่ควรนับวันรอแบบตายตัว เพราะแต่ละบ้านเปียกน้ำไม่เท่ากัน
2. เลือกสีรองพื้นตามสภาพผนัง
หากเป็นผนังปูนเดิมที่ผ่านการทำความสะอาด ซ่อม และแห้งแล้ว ให้เลือกสีรองพื้นสำหรับปูนเก่าที่เหมาะกับสภาพผิวจริง แต่หากสกัดปูนเสียออกแล้วฉาบปูนใหม่บางส่วน บริเวณนั้นต้องเลือกสีรองพื้นที่เหมาะกับปูนใหม่ตามคำแนะนำของผู้ผลิต
สีรองพื้นช่วยให้สีทับหน้ายึดเกาะได้ดีขึ้น แต่ไม่ได้ใช้แทนการแก้ความชื้นหรือทาทับเชื้อรา
3. เลือกสีทับหน้าให้ตรงพื้นที่
ผนังในบ้านใช้สีน้ำอะคริลิกสำหรับภายใน ส่วนผนังนอกบ้านใช้ชนิดภายนอกที่ทนแดดฝน หากเป็นจุดที่ต้องเช็ดทำความสะอาดบ่อย อาจเลือกฟิล์มสีที่เช็ดล้างได้ โดยดูข้อมูลบนฉลากและใช้ทั้งระบบสีตามที่ผู้ผลิตกำหนด
จำง่าย ๆ
ล้าง → แก้ความชื้นและซ่อมผิว → รอให้แห้ง → รองพื้น → ทาสีทับหน้า
หลังน้ำท่วม สีที่เหมาะที่สุดจึงไม่ได้ตัดสินจากชื่อยี่ห้ออย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสภาพผนังและการเตรียมพื้นผิวก่อนทา อ่านขั้นตอนฟื้นฟูผนังก่อนลงสีได้ที่ น้ำลดแล้ว อย่าเพิ่งทาสีทับ!
ทีมช่างสีของอภิวัฒน์ บิวดิ้ง รับประเมินหน้างานบ้านหลังน้ำท่วมฟรี ทั้งงานเตรียมผิว รองพื้น และทาสีใหม่ทั้งหลัง